วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2558

หมั่นดื่มน้ำมะนาว หากใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ

   


          เมื่อปวดหัว ปวดฟัน ตัวร้อนเป็นไข้ เป็นหวัด เรามักซื้อหายาจากร้านขายยาใกล้บ้านมารับประทานเองโดยไม่ต้องไปพบแพทย์ เพราะรับประทานยาแอสไพรินเพียง 1-2 วัน ก็สามารถหายป่วยได้แล้ว
          แต่การใช้ยาแอสไพรินบ่อยๆ หรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ตัวยาจะไปต้านการดูดซึมวิตามิน ทำให้วิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินซีถูกขับออกจากร่างกายของคุณทางปัสสาวะ
          ฉะนั้นช่วงใดที่ต้องใช้ยาแก้ปวด ลดไข้ต่างๆ แล้วก็ควรเติมวิตามินซีให้กับร่างกายมากเป็นพิเศษ
          วิตามินซีมีอยู่ในผักสดและผลไม้ทุกชนิด หรือถ้าคุณหมั่นดื่มน้ำมะนาวบ่อยๆ(ไม่ต้องเติมน้ำตาลมาก) รับประทานสตรอเบอรี่และมะเขือเทศสดๆเป็นประจำ ร่างกายก็จะได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอแน่นอน

จากหนังสือ 98 เคล็ดลับเพื่อการดูแล TAKE CARE ตัวเอง ,หยก ตั้งธนาวัตน์

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ลบไฟล์ Temp ช่วยคืนพื้นที่ให้ Windows


Windows จะเก็บไฟล์ขยะหรือไฟล์ที่ใช้ชั่วคราว ไว้ในโฟลเดอร์ Temp ซึ่งจะเป็นที่เก็บไฟล์ชั่วคราวต่างๆของ Windows ไว้ เช่นไฟล์ที่ดาวน์โหลดไม่สำเร็จ ไฟล์ log และไฟล์จากการติดตั้งโปรแกรมการบีบอัดจากโปรแกรมต่างๆ จะเก็บไว้ที่นี่ แต่บางไฟล์เมื่อนำไฟล์ไปใช้เสร็จแล้วก็ไม่ได้ถูกลบออกไป ยังคงค้างไว้ ทำให้เสียพื้นที่เก็บไฟล์ส่วนนี้ไว้

 แต่เราสามารถเข้าไปลบเองได้ง่ายๆ เพียงเข้าไปที่ Run หรือจะกดปุ่ม windows กับปุ่ม R พร้อมกันก็ได้ครับ จากนั้นพิมพ์ %Temp% ลงไป ก็จะมีโฟลเดอร์ขึ้นมา เต็มไปด้วยไฟล์แปลกๆมากมาย เราสามารถลบได้หมดทุกไฟล์เลย เมื่อลบไปจะช่วยคืนพื้นที่ให้ฮาร์ดดิสก์เรามากทีเดียว แต่ก็อาจจะมีบางไฟล์ที่มันไม่ให้เราลบเนื่องจากเป็นไฟล์ที่มีการใช้งานอยู่ แต่ก็เป็นเพียงไม่กี่ไฟล์ครับ

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2555

แอ๊ปเปิ้ล ผลไม้เพื่อสุขภาพ

แอ๊ปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่ให้ประโยชน์มากมาย เช่นวิตามินซี ที่เป็นตัวสำคัญในการต้านฟรีแรดิคัลและสร้างเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย และเพกทิน ใยอาหารที่ละลายน้ำได้ ช่วยลดปริมาณไขมันชนิดแอลดีแอลจึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ นอกจากนี้ยังมีรูทิน ช่วยบำรุงเส้นเลือดให้แข็งแรง

สีของแอ๊ปเปิ้ลนั้นยังบ่งบอกถึงประโยชน์เฉพาะตัวของแต่ละพันธุ์ด้วย

- แอ๊ปเปิ้ลแดง มีสารแอนติออกซิแดนต์มากที่สุด และยังมีอีลาสตินและคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิว

- แอ๊ปเปิ้ลสีชมพู มีสารกลุ่มฟีโนลิกมากที่สุด ซึ่งสารนี้ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้า และชะลอความแก่

- แอ๊ปเปิ้ลสีเขียว มีรสเปรี้ยวอมหวาน มีน้ำตาลน้อย และมีสารที่ช่วยสร้างอีลาสตินและคอลลาเจน ซึ่งช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี

- แอ๊ปเปิ้ลสีเหลือง มีสารเควอร์-เซทิน ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และต้อกระจก.


ลงโฆษณาได้ทั่วทั้งอินเตอร์เน็ตกับ บัมคิว เริ่มต้นเพียง 1 บาท

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

ดอกไม้กินได้


ดอกไม้นั้นไม่ใช่มีไว้เพียงแต่ชมความงามของดอกและกลีบดอกไม้ แต่มันยังสามารถนำมากินได้ เรามาลองดูกันว่ามีดอกไหนกินได้บ้าง

กระเจี๊ยบแดง 
แทรกกลีบดอกอยู่ตามกิ่งยาว ใช้ประดับแจกันได้ และนำกลีบเลี้ยงมาเชื่อม ทำแยม หรือตากแห้งใช้ต้มเป็นน้ำกระเจี๊ยบ สรรพคุณ ดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ บรรเทาอาการท้องเสีย และช่วยป้องกันการจับตัวของไขมันในเส้นเลือด กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน

ดอกกล้วย
หรือที่เรียกว่าหัวปลี ใช้ส่วนที่นังอ่อนสีขาวนวล กินเป็นผักกับก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ใช้ยำ ใส่แกงเลียง ชุบแป้งทอด หรือต้มจิ้มน้ำพริก โดยเฉพาะปลีของกล้วยตานีจะมีเส้นใยที่อ่อนนุ่มกว่าปลีของกล้วยชนิดอื่นๆ สรรพคุณ ช่วยเพิ่มน้ำนมให้คุณแม่ และช่วยลดน้ำตาลในเลือด รักษาเบาหวาน

ดอกขจร
ดอกรูปถ้วยสีเหลืองอ่อน ใช้ทั้งดอกตูมและบานทำอาหารได้หลายชนิด เช่น แกงส้ม แกงจืด ยำดอกขจร เป็นต้น สรรพคุณ ให้พลังงานต่อร่างกายมาก เพราะมีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน สูงกว่าผักชนิดอื่นๆ มีวิตามินเอและซี ค่อนข้างสูง บำรุงตับ ปอด บำรุงเลือด แก้เสมหะ

ดาวเรือง
ดอกตูมลวกจิ้มน้ำพริก กินแกล้มลาบ ช่อดอกมีรสขมฉุนเล็กน้อย สรรพคุณ แก้ร้อนใน ขับลม ละลายเสมหะ แก้วิงเวียนศีรษะ

ชบา
ใช้แต่งหน้าสลัดผัก ใส่แกงเลียงหรือใช้เป็นสีผสมอาหาร ซึ่งจะให้สีแดงม่วงเติมน้ำมะนาวลงไปจะให้สีแดงสด สรรพคุณ บำรุงน้ำนมในคุณแม่หลังคลอด ดื่มเป็นยาชงช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้ไข้ ฟอกโลหิต และช่วยให้ประจำเดือนมาปกติ

กุหลาบมอญ
กลีบดอกสีชมพู มีกลิ่นหอมเย็น แช่น้ำลอยดอกไม้ ปรุงเป็นขนมเพื่อให้ความหอม ใส่ในยำร่วมกับดอกไม้อื่นๆ ดอกแห้งใช้ชงเป็นชา สรรพคุณ บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย และช่วยระบาย.

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

Advice แจก Antivirus ฟรีเพื่อคนไทย

หลังจากที่ผมเห็นโฆษณาทางทีวีของ Advice คิดว่าหลายคนคงได้เห็นกันแล้ว ตอนสรุปมีเนื้อหาที่ว่าอยากจะป้องกันคอมพิวเตอร์ของคนไทยให้ปลอดภัยจากไวรัสพร้อมทั้งแจก Antivirus ลิขสิทธิ์แท้ๆ แบบฟรีๆ ให้ไปเลย 1 ปี โดยไปรับได้ที่ร้านของ advice ทั่วประเทศ หรือเข้าไปที่ facebook ของ adviceclub แน่นอนว่าผมไม่รู้จักร้านของ advice ล่ะ เลยลองเข้าไปที่ http://www.facebook.com/AdviceClub ไปที่หน้าแจกฟรี antivirus มันก็ให้กด Like ก่อนเลย พอเข้ามาจะให้เรากรอกข้อมูลต่างๆ ชื่อนามสกุล แต่ควรจะกรอกเป็นของจริง ข้อมูลจริงนะครับ แล้วก็กดลงทะเบียน มันก็จะให้เราโหลดเจ้าตัว panda internet security มา เจ๋งครับพร้อมมากับคีย์เลยหรือเราจะไปเปิดดูเอาที่อีเมลล์ก็ได้เหมือนกัน พอได้ไฟล์ PANDAIS12.exe มาก็ติดตั้งได้เลย พอเสร็จมันให้กรอกคีย์ก็เอาจากอีเมลมาเลย ส่วนถ้ามีปัญหาการใส่คีย์ หรือการติดตั้งก็เข้าไปดูที่เว็บของ advice ได้เลยครับ http://www.advice.co.th/panda/ เพียงเท่านี้เราก็ได้ Internet Security จาก Panda มาใช้ฟรีๆ แบบถูกลิขสิทธิ์ กัน 1 ปีเลยทีเดียว ต้องขอบคุณทาง Advice มากครับที่ใจดีช่วยเหลือคนไทยให้ปลอดภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์ครับ.

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

เท้าเหม็น ทำยังไงดีนะ ?

ช่วงนี้ก็เข้าหน้าฝนแล้วนะครับ ย่อมต้องเปียกกันบ้างอยู่แล้ว แต่ถ้าจู่ๆ คุณได้กลิ่นตุๆ ขึ้นมาเราอาจจะรีบหาสาเหตุของกลิ่นนั้น ถ้าหากกลิ่นนั้นมาจากเท้าที่อับของคุณล่ะ สำหรับการป้องกันโรคเท้าเหม็นคือต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดเท้าให้แห้งอยู่เสมอนั่นเอง ซึ่งผมมีวิธีการดูแลมาฝากกันครับ
- ล้างเท้าทุกวัน หลังจากล้างเท้าแล้วไม่ควรใส่รองเท้าทันที ควรรอให้แห้งซักนิดก่อน หรืออาจจะใช้ผ้าขนหนูซับหรือพัดลมเป่า
- เปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน และไม่ควรใส่คู่เดิมทุกวัน คู่ไหนไม่ใส่ควรเอาไปผึ่งแดดไว้ให้แห้งนะครับ
- เลือกขนาดรองเท้าที่เหมาะสม เลือกรองเท้าที่ทำให้เท้าได้หายใจบ้าง คือเหงื่อสามารถระเหยออกได้ ไม่อับชื้น นอกจากนี้โรค เล็บขบ เล็บผิดรูปร่าง ตาปลา หรือกระดูกคด ล้วนเกิดจากการใส่รองเท้าที่ขนาดไม่เหมาะสมทั้งนั้น
- ใช้หินขัดขี้ไคล เท้าเป็นบริเวณที่มีต่อมเหงื่อมากมาย ถ้าไม่ทำความสะอาดให้ดีจะส่งกลิ่นออกมาได้ ดังนั้นระหว่างอาบน้ำควรใช้หินขี้ไคลค่อยๆ ถูบริเวณเท้า จะช่วยให้คุณทำความสะอาดเท้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ใช้แป้งฝุ่นโรยถ้าเหงื่อออกที่เท้ามาก ใช้แป้งฝุ่นโรยก็ช่วยได้ เลือกแป้งทั่วไปหรือแป้งเฉพาะสำหรับเท้าที่เรียกว่า foot powder จะช่วยให้เท้าแห้งและลดการระคายเคือง.

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

7 วิธีเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง

1. พยายามตื่นนอนในเวลาตีห้าถึงหกโมงทุกวัน ไม่ว่าคุณจะเข้านอนกี่โมงก็ตาม และไม่นอนตื่นสายในวันหยุดต่างๆ
2. เข้านอนให้ตรงเวลา ไม่ต้องรอให้ง่วงก่อนโดยที่เหมาะสมแนะนำเป็นสี่ทุ่ม
3. พยายามรับแสงแดดวันละอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ในช่วงเช้าและเย็น แต่หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในตอนกลางวัน
4. จัดเวลาออกกำลังกายให้ถูกต้อง โดยห้ามออกกำลังกายหนักในช่วง 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพราะจะทำให้หลับยากขึ้น
5. ปรับอาหารมื้อเย็นให้เร็วขึ้น โดยไม่ควรกินหลังเวลาหกโมงครึ่ง เพื่อช่วยให้กระบวนการย่อยอาหารได้หยุดพัก พร้อมเข้านอนและทำให้ไม่เกิดอาการจุกเสียดแน่นด้วย
6. อาจแช่น้ำอุ่นก่อนเข้านอนชั่วโมงครึ่ง เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
7. ไม่ดื่มน้ำก่อนเข้านอน 2 ชั่วโมง เพื่อจะได้ไม่ต้องลุกมาเข้าห้องน้ำบ่อยๆ นะครับ.